ขอแนะนำ Thematic Portfolio

11 February 2022

ลงทุนแบบ Thematic ด้วย ETF จาก ARK Invest, iShares by BlackRock, Global X และบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำอีกมากมาย

StashAway ประเทศไทย ขอแนะนำ Thematic Portfolio ผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ที่จะทำให้คุณได้ลงทุนในเทรนด์ที่จะเปลี่ยนแปลงโลก บนระดับความเสี่ยงที่คุณควบคุมได้

การลงทุนแบบ Thematic คือ การลงทุนในเทรนด์แห่งอนาคตซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมและระบบเศรษฐกิจโลก จึงเป็นการลงทุนในระยะยาวเพราะกว่าที่นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนเทรนด์เหล่านั้นจะสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานให้เห็นได้เป็นรูปธรรมเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยระยะเวลา ดังนั้น การลงทุนแบบ Thematic จึงเป็นการลงทุนในเทรนด์ที่คุณเชื่อมั่นว่ามีศักยภาพเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ในระยะยาว

StashAway จึงคัดสรร 4 ธีมการลงทุนที่เราเชื่อว่าเป็นเทรนด์แห่งอนาคตที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญมาเปิดตัวพร้อมกัน คือ

  • Technology Enablers เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต
  • The Future of Consumer Tech นวัตกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์คนทั่วโลก
  • Healthcare Innovation นวัตกรรมที่จะพลิกโฉมวงการแพทย์
  • Environment and Cleantech เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

โดยทุกธีมของ Thematic Portfolio ลงทุนใน ETF ที่คัดสรรจากบริษัทจัดการกองทุนระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารกองทุนแบบ Thematic โดยเฉพาะ อย่าง ARK Invest, iShares by BlackRock และ Global X

การลงทุนแบบ Thematic ได้รับความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนที่เน้นผลตอบแทนในระยะยาวมากขึ้นเนื่องจากมองว่าเป็นอีกโอกาสที่สร้างความมั่งคั่งได้ในอนาคต โดยในปี 2018 มูลค่าสินทรัพย์ของกองทุนแบบ Thematic ทั่วโลก มีอัตราเติบโตสูงขึ้น 37% ต่อปี และในปี 2020 เพียงปีเดียว มูลค่าสินทรัพย์ของกองทุนแบบ Thematic มีอัตราเติบโตสูงขึ้นกว่า 77% นอกจากนี้ การลงทุนแบบ Thematic ยังได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นคิดเป็นสัดส่วน 40% ของยอดขายสุทธิของกองทุนหุ้นทั้งหมดตั้งแต่ปี 2017


Thematic Portfolio ของ StashAway ลงทุนในกลุ่มธุรกิจอะไรบ้าง

ธีม Technology Enablers

ลงทุนในกลุ่มธุรกิจ:

  • AI
  • Blockchain
  • Cloud computing
  • Robotics
  • Semiconductors

ธีม The Future of Consumer Tech

ลงทุนในกลุ่มธุรกิจ:

  • E-commerce
  • FinTech
  • เกมมิ่ง
  • นวัตกรรมยานยนต์
  • อินเทอร์เน็ต
  • โซเชียลมีเดีย

ธีม Healthcare Innovation

ลงทุนในกลุ่มธุรกิจ:

  • ไบโอเทค
  • จีโนมิกส์
  • อุปกรณ์การแพทย์
  • เภสัชกรรม

ธีม Environment and Cleantech

ลงทุนในกลุ่มธุรกิจ:

  • พลังงานสะอาด
  • เทคโนโลยีการจัดการน้ำ
  • ระบบกักเก็บพลังงานและ Smart Grid
  • การเงินสีเขียว
  • Waste management

ธีม Technology Enablers ลงทุนในกลุ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ ‘Invisible’ หรือ อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็วและจะกลายมาเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของทุกชีวิตในอนาคต เช่น บล็อกเชน ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI โรโบติกส์ และ เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในหลายอุตสาหกรรม

ธีม The Future of Consumer Tech ลงทุนในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ผู้คนและจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนทั่วโลกในที่สุด ครอบคลุมตั้งแต่ FinTech แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ กลุ่มธุรกิจ E-commerce เกมมิ่ง E-Sport อินเทอร์เน็ตและนวัตกรรมยานยนต์ อย่างรถยนต์ไร้คนขับและรถยนต์ไฟฟ้า

ธีม Healthcare Innovation ลงทุนในกลุ่มธุรกิจด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ ซึ่งไม่ใช่แค่การพัฒนาเทคโนโลยีในการรักษาโรคแต่รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะช่วยให้เราแข็งแรงขึ้น ฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขึ้น อย่างเช่น เทคโนโลยีชีวภาพหรือไบโอเทค นวัตกรรมด้านเภสัชกรรม ด้านอุปกรณ์การแพทย์ และด้านจีโนมิกส์ ซึ่งรวมถึงซอฟต์แวร์สำหรับวิเคราะห์ DNA หรือโครงสร้างพันธุกรรม

ธีม Environment and Cleantech ลงทุนในกลุ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนและเทคโนโลยี Low-carbon ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาเร่งด่วนของมนุษยชาติอย่าง ‘สภาวะโลกร้อน’ จึงครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มธุรกิจด้าน พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม นวัตกรรมเพื่อกักเก็บพลังงาน อย่างแบตเตอรีลิเธียมไอออน ระบบบำบัดน้ำเสีย และการรีไซเคิล ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญร่วมกัน คือ ยับยั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมของคนบนโลกให้ได้อย่างยั่งยืน

ภายใต้ทั้ง 4 ธีมการลงทุน StashAway เลือกลงทุนใน ETF จากบริษัทจัดการกองทุนแบบ Thematic ระดับโลก โดย ETF แต่ละตัวจะมีการกระจายการลงทุนในบริษัทจำนวนมากเพื่อให้สามารถบริหารความเสี่ยงและพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเช่นในกรณีที่เกิดการปรับเปลี่ยนนโยบายของภาครัฐ การควบรวมบริษัท หรือจากปัจจัยอื่นๆ การลงทุนในแต่ละธีมกับ StashAway จึงเท่ากับพอร์ตของคุณได้กระจายการลงทุนไปยังหลายกลุ่มธุรกิจนวัตกรรมในกว่าร้อยบริษัทที่มีศักยภาพเติบโตและอาจก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทชั้นนำของโลก

ลงทุนตามธีมที่คุณเชื่อมั่น บนระดับความเสี่ยงที่คุณควบคุมได้

การลงทุนแบบ Thematic มักจะสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดในระยาว แต่ก็มีความเสี่ยงสูงกว่าเช่นกัน ที่ StashAway เราเชื่อว่าการบริหารความเสี่ยงที่ดี คือ หัวใจสำคัญในการลงทุนให้ประสบความสำเร็จ ดังนั้น พอร์ตแบบ Thematic ของเราจึงมีการผสมผสาน Balancing asset หรือ ‘สินทรัพย์ปรับสมดุล’ ซึ่งลงทุนในสินทรัพย์ที่อยู่นอกธีมการลงทุน เช่น หุ้นกู้ ทองคำ พันธบัตรรัฐบาล และพันธบัตรรัฐบาลที่อ้างอิงตามอัตราเงินเฟ้อ เพื่อบริหารความเสี่ยงของพอร์ตให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รักษาสมดุลของพอร์ตให้แม่นยำตรงกับระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนแต่ละรายกำหนดไว้อยู่เสมอ คุณจึงสามารถลงทุนในธีมที่คุณเชื่อมั่นกับเราได้อย่างมั่นใจ

ทั้งนี้ พอร์ตแบบ Thematic ที่ StashAway มีระดับความเสี่ยงให้เลือก 7 ระดับ โดยในแต่ละระดับอาจมีสัดส่วนการลงทุนใน ‘สินทรัพย์ตามธีม’ และ ‘สินทรัพย์ปรับสมดุล’ ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเราจะปรับสัดส่วนให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติตามการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจและให้ตรงกับค่า SRI ที่คุณกำหนดไว้เสมอ

risk allocation thematic gif

Thematic Portfolio เหมาะกับแผนการลงทุนของคุณอย่างไร

พอร์ตแบบ Thematic เหมาะที่จะเป็นพอร์ตเสริมเพื่อเพิ่มการกระจายการลงทุนไปยังกลุ่มธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้นจากพอร์ตหลักที่คุณมี และเราไม่แนะนำให้นำมาทดแทนพอร์ตหลักของคุณเนื่องจากการลงทุนแบบ Thematic มักมีความเสี่ยงสูงกว่าการลงทุนโดยทั่วไป

ทั้งนี้ การลงทุนใน Thematic Portfolio ของเรา คุณสามารถเลือกระดับความเสี่ยงหรือค่า SRI ได้ตั้งแต่ 20% ถึง 45% ซึ่งสูงกว่าพอร์ตการลงทุนทั่วไปของเรา ซึ่งมีค่า SRI ที่ 6.5% ถึง 36%


แชร์บทความนี้
  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email

อยากอ่านเพิ่ม?

เราหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์ จากบทความของเราร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คนอีกหลายแสนคนที่ต้องการวางแผนการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืนด้วยการสมัครรับบทความและบทวิเคราะห์ของเราที่จะส่งตรงถึงอีเมลของคุณ