Weekly Buzz: ตลาดจับตา ‘Trump’ เยือนจีน

15 May 2026

แชร์บทความนี้

  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email

สัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐ ได้เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งเป็นการเยือนครั้งสำคัญที่ทั่วโลกจับตามอง โดยเดิมทีการพบกันระหว่าง Trump และประธานาธิบดี Xi Jinping ของจีน มีกำหนดในช่วงปลายเดือน มี.ค. แต่ต้องถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากเกิดความขัดแย้งในอิหร่าน ทำให้การพบกันครั้งนี้กลายเป็นเหตุการณ์ทางการทูตที่มีความสำคัญและถูกจับตามองมากที่สุดในขณะนี้

เกิดอะไรขึ้น?

การพบปะกันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการทักทายกันตามมารยาท แต่เป็นการพบกันของสองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในสภาวะตึงเครียดอย่างมาก โดย Trump เองก็ต้องการสร้างผลงานเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐที่กำลังจะมาถึง

วาระหลักในการหารือน่าจะเป็นเรื่องการค้า โดยทั้งสองฝ่ายต่างใช้ภาษีเป็นอาวุธทางเศรษฐกิจ ดังนั้น การหาจุดร่วมเพื่อคลายความตึงเครียดเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย นอกจากนั้น ยังมีเรื่องการแข่งขันด้าน AI ที่สหรัฐยังคงเป็นผู้นำ แต่จีนก็กำลังไล่กวดมาติดๆ ด้วยการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีเพื่อเลี่ยงข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐ ขณะที่ ประเด็นแร่หายาก จีนยังกุมความได้เปรียบในฐานะผู้ควบคุมทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ซึ่งเป็นไพ่ตายสำคัญในการต่อรอง  

สหรัฐเองยังต้องการให้จีนใช้อิทธิพลที่มีต่ออิหร่านเพื่อช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาเดินเรือได้ตามปกติ ซึ่งหากสำเร็จจะช่วยให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลง

Key Takeaway

การประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าเศรษฐกิจโลกเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก เทคโนโลยีของสหรัฐต้องพึ่งพาแร่หายากจากจีน และการเติบโตของจีนก็ต้องพึ่งพากำลังซื้อจากผู้บริโภคชาวอเมริกัน ซึ่งแม้ว่าการหารือครั้งนี้อาจจะไม่มีการบรรลุข้อตกลงครั้งใหญ่ในทันที แต่ทิศทางที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้จะเป็นตัวกำหนดว่าตลาดจะประเมินความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนอย่างไรต่อไปในระยะข้างหน้า ดังนั้น กลยุทธ์ที่เหมาะสมจึงไม่ใช่การเลือกข้าง แต่คือ ‘การกระจายความเสี่ยง’ เพื่อไม่ให้ข่าวพาดหัวใดๆ มามีอิทธิพลต่อพอร์ตการลงทุนของคุณมากจนเกินไป

(หากคุณกำลังมองหาพอร์ตที่มีการกระจายการลงทุนที่ดีทั่วโลก รวมถึงประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลก 2 แห่งนี้ ลองดูพอร์ต General Investing ของเรา)

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ: เงินเฟ้อจีนกลับมาพุ่ง ข่าวดีที่อาจมาพร้อม ‘กับดัก’

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนเดือน เม.ย. พุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี โดยราคาสินค้าหน้าโรงงานดีดตัวขึ้น 2.8% YoY ซึ่งเป็นการเร่งตัวอย่างก้าวกระโดดจากระดับ 0.5% ในเดือน มี.ค. และถือเป็นอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2022 ในขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ขยับขึ้น 1.2% YoY ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

หากมองตามหน้าเสื่อ นี่ควรจะเป็นข่าวดีสำหรับจีน เพราะหลังจากติดอยู่ในภาวะเงินฝืดมานานกว่า 3 ปี (จากปัญหา Supply ล้น แต่ Demand ภายในประเทศปรับตัวลง) การกลับมาของเงินเฟ้อดูเหมือนจะเป็นการส่งสัญญาณว่าจุดต่ำสุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงความจริงครึ่งเดียว

ในโลกเศรษฐกิจ เงินเฟ้อมี 2 ประเภท คือ ‘เงินเฟ้อที่ดี’ ที่เกิดจาก Demand ของผู้บริโภคที่พุ่งสูงขึ้น เศรษฐกิจร้อนแรง และผู้คนมีกำลังจับจ่าย ส่วนอีกประเภท คือ ‘เงินเฟ้อที่ไม่ดี’ ซึ่งเกิดจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น บริษัทต้องจ่ายค่าวัตถุดิบแพงขึ้น แต่ไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปให้ผู้บริโภคที่กำลังรัดเข็มขัดได้ ซึ่งข้อมูลในเดือน เม.ย. ชี้ชัดว่าเป็นประเภทหลัง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สินค้าราคาถูกจากจีนคือตัวช่วยสำคัญที่กดเงินเฟ้อทั่วโลกเอาไว้ แต่ข้อมูลชุดนี้กำลังบ่งบอกว่ากลไกดังกล่าวอาจกำลังเปลี่ยนไป หากแนวโน้มนี้ยังคงอยู่ โดยบริษัทที่มี Supply Chain ผูกติดกับจีนจะต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากว่า จะยอมแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นเอง หรือจะผลักภาระให้ผู้บริโภค ซึ่งหากเป็นอย่างหลัง ผลที่ตามมาคือภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อไปทั่วโลก

เนื้อหาในส่วนนี้เขียนขึ้นร่วมกับ Finimize


แชร์บทความนี้

  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email