Weekly Buzz: สัญญาณการค้าทั่วโลกชะลอตัว

11 August 2023

แชร์บทความนี้

  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email

อยากอ่านเพิ่ม?

เราหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์ จากบทความของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คนอีกหลายแสนคนที่ต้องการวางแผนการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืนด้วยการสมัครรับบทความและบทวิเคราะห์ของเราที่จะส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

Maersk บริษัทขนส่งสินค้ายักษ์ใหญ่ที่ผลประกอบการของพวกเขาเป็นเครื่องบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจโลกได้ดี ประกาศผลกำไรล่าสุด ทำให้เราเห็นภาพว่าการค้าและการขนส่งสินค้าทั่วโลกนั้นไม่ค่อยสดใสนัก แม้กำไรในไตรมาสที่ผ่านมาจะออกมาดีกว่าคาด เพราะบริษัทสามารถลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังนับว่าต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 40% แสดงให้เห็นถึง Demand ของผู้บริโภคทั่วโลกที่กำลังอ่อนแอลง

เกิดอะไรขึ้นในธุรกิจขนส่งสินค้าโลก?

ธุรกิจขนส่งสินค้าเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังเติบโตจนทำสถิติใหม่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาซึ่งเกิดขึ้นจาก Demand ของผู้บริโภคที่แข็งแกร่งและการเกิด Supply Shock (อ่านเพิ่มเติมได้ใน ศัพท์โลกการลงทุน)

แต่ Demand ในปัจจุบันเริ่มอ่อนแรงลง และบริษัทต่างๆ ก็เริ่มรัดเข็มขัดกันมากขึ้น โดยเลือกใช้สินค้าคงคลังที่เหลือแทนที่จะสั่งสินค้าใหม่ จนสะท้อนให้เห็นในดัชนีค่าระวางเรือ Freightos Baltic Index ที่ดิ่งลงไป 50% ในไตรมาสล่าสุด ซึ่งต่ำกว่าระดับก่อนหน้าที่จะเกิด COVID-19

โดย Maersk ซึ่งดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ระบุว่าปีนี้ยอดขนส่งสินค้าทางเรือทั่วโลกจะลดลงถึง 4% ซึ่งต่ำกว่าระดับที่เคยคาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.5%

เรื่องนี้ส่งผลต่อนักลงทุนอย่างไร?

จากข้อเท็จจริงที่ว่า Maersk ขนส่งสินค้าคิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 6 ของการขนส่งสินค้าทั่วโลก การคาดการณ์ของพวกเขาจึงค่อนข้างมีน้ำหนักต่อทิศทางของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กลับมองเศรษฐกิจโลกในแง่ดีมากขึ้น โดยปรับการคาดการณ์อัตราเติบโตของเศรษฐกิจโลกขึ้นมาอยู่ที่ 3%

ท่ามกลางสัญญาณที่แตกต่างกันออกไป อาจเป็นความท้าทายระยะสั้นสำหรับนักลงทุนในการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ดังนั้น เราควรมองภาพใหญ่ในระยะยาว โดยลงทุนในพอร์ตที่มีการกระจายลงทุนที่ดีในหลากหลายสินทรัพย์ กลุ่มธุรกิจ และหลายภูมิภาคทั่วโลก (อย่างพอร์ต General Investing ของ StashAway 😎) ซึ่งจะช่วยให้คุณก้าวข้ามความไม่แน่นอนระยะสั้นและลงทุนระยะยาวได้อย่างสบายใจ

📰 ข่าวต่อไป: ตัวเลขจ้างงานสหรัฐต่ำกว่าคาดอีกครั้ง

ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจและลดความร้อนแรงของเงินเฟ้อ ซึ่งล่าสุดได้เริ่มส่งผลตามความตั้งใจของ Fed แล้ว เห็นได้จากตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้วที่ออกมาต่ำกว่าคาด

นับเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันที่การจ้างงานในสหรัฐต่ำกว่าที่คาด โดยเดือน ก.ค. ตัวเลขจ้างงานอยู่ที่เพียง 187,000 ตำแหน่ง จากที่คาดไว้ที่ 200,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นสัญญาณว่านโยบายที่เข้มงวดของ Fed กำลังได้ผล และด้วยจำนวนชั่วโมงทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์ที่ลดลงต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิด COVID-19 ดูเหมือนว่าความร้อนแรงของตลาดแรงงานสหรัฐอาจลดลงอย่างต่อเนื่อง 

เนื่องจาก Fed มองว่าตลาดแรงงานเป็นปัจจัยสำคัญของภาวะเงินเฟ้อสูงที่ยืดเยื้อ ด้วยตัวเลขที่ออกมาทำให้นักลงทุนเริ่มมั่นใจแล้วว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วของ Fed จะเป็นการขึ้นครั้งสุดท้ายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุด ผลกระทบทั้งหมดของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เร็วและแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ยังต้องอาศัยเวลากว่าจะส่งผลไปทั่วระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเราก็เริ่มเห็นผลกระทบบางอย่างแล้วในขณะนี้

เนื้อหาในส่วนนี้เขียนขึ้นร่วมกับ Finimize

🎓ศัพท์โลกการลงทุน: Supply Shock

Supply Shock หรือ เหตุการณ์ที่ Supply ของสินค้าเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ให้ลองนึกถึงภัยแล้งที่ทำให้การเพาะปลูกมะนาวเสียหายอย่างหนัก จนผลผลิตมะนาวขาดแคลน ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ราคามะนาวเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงผู้ค้า ผู้ส่งสินค้า ผู้จัดจำหน่าย หรือแม้แต่ผู้บริโภคเอง ซึ่งอาจส่งผลถึงระบบเศรษฐกิจโดยรวม


แชร์บทความนี้

  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email

อยากอ่านเพิ่ม?

เราหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์ จากบทความของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คนอีกหลายแสนคนที่ต้องการวางแผนการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืนด้วยการสมัครรับบทความและบทวิเคราะห์ของเราที่จะส่งตรงถึงอีเมลของคุณ