Weekly Buzz: 📉ผลตอบแทนช่วง Recession ไม่ได้แย่อย่างที่คิด

10 November 2023

ตลอดศตวรรษที่ผ่านมา การลงทุนในช่วง Recession ไม่ได้ให้ผลตอบแทนย่ำแย่อย่างที่คิด แต่กลับกัน ในช่วง 2 ปีหลังจากเริ่มเกิด Recession ตลาดหุ้นมักทำผลงานได้ค่อนข้างดี โดยเฉลี่ยเป็นบวกถึง 8.8% ต่อปี

ข้อมูลบอกอะไรเรา?

เราไม่ได้กำลังสื่อว่า Recession จะเกิดในเร็วๆ นี้ (เศรษฐกิจในปัจจุบันยังอยู่ในภาวะ Stagflation) แต่มีข้อมูลในอดีตที่น่าสนใจ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วง Recession จริงๆ แล้วอาจดีกว่าที่หลายคนคิด 

จากกราฟด้านบน สถิติบอกว่าหากคุณลงทุน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่เริ่มเกิด Recession เมื่อผ่านไป 2 ปี เงินลงทุนของคุณจะเพิ่มขึ้นเป็น 11,664 ดอลลาร์สหรัฐโดยเฉลี่ย ดังนั้นประวัติศาสตร์จึงให้บทเรียนแก่เราว่าการ Stay Invested ในหุ้นมักให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า แม้ในช่วง Recession

อย่าลืมว่าตลาดเต็มไปด้วยนักลงทุนที่ชาญฉลาด โดยราคาหุ้นมักจะปรับตัวลดลงก่อนที่ Recession จะเกิดขึ้น เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐที่มักทำจุดสูงสุดก่อนเกิด Recession ประมาณ 5 เดือนโดยเฉลี่ยก่อนที่จะปรับตัวลง ทั้งนี้ นักลงทุนหลายคนอาจวางแผนจะถอนเงินออกจากตลาดก่อนที่ Recession จะเกิดขึ้น แต่ต้องไม่ลืมว่าการจับจังหวะตลาดเป็นเรื่องที่ยากมาก และผลลัพธ์มักจะไม่ออกมาตามที่วาดภาพไว้

Key Takeaway คือ?

เป็นเรื่องธรรมดาที่นักลงทุนจะรู้สึกกังวลเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว แต่การเกิด Recession เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Market Cycle หรือวัฏจักรตลาด (อ่านเพิ่มเติมได้ใน ศัพท์โลกการลงทุน

เมื่อ Recession สิ้นสุดลง เศรษฐกิจก็มักกลับมาขยายตัวอีกครั้ง เปรียบได้กับฟ้าหลังฝนที่มักสดใสเสมอ และหากมองภาพใหญ่ขึ้นคุณก็จะเห็นว่าเศรษฐกิจส่วนใหญ่มักจะเติบโตต่อไปในระยะยาวและทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง

ดังนั้น การลงทุนในพอร์ตที่มีการกระจายการลงทุนที่ดียังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดไม่ว่าเศรษฐกิจจะเปลี่ยนไปอย่างไร โดย พอร์ต General Investing ของเรา บริหาร Asset Allocation ตามข้อมูลทางเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้ ได้เน้นลงทุนในสินทรัพย์ Defensive มากขึ้น เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาดในปัจจุบัน

📰 ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ภาคการผลิตเอเชียยังไม่ฟื้น

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของ S&P Global แสดงให้เห็นว่าในเดือน ต.ค. กิจกรรมในภาคการผลิตของทวีปเอเชียส่วนใหญ่ยังคงหดตัว (ต่ำกว่า 50 จุด) โดยหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและยอดสั่งซื้อที่ลดลง เช่นเดียวกับ PMI ของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่อยู่ที่ 48.7 และ 49.8 ตามลำดับ

ทั้งนี้ ทวีปเอเชียถือว่าเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่สำคัญของโลก แต่ Demand จากสหรัฐและยุโรปที่ลดลง รวมถึงราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจเผชิญความท้าทาย ซึ่งหากเศรษฐกิจเอเชียชะลอตัว ภูมิภาคอื่นๆ ของโลกก็จะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่เป็นไปอย่างช้าๆ ทำให้นักลงทุนยังคงมีความกังวล แต่รัฐบาลจีนไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ออกนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหากมาตรการต่างๆ ของจีนประสบความสำเร็จ เศรษฐกิจประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชียก็อาจได้รับผลดีตามไปด้วย

เนื้อหาในส่วนนี้เขียนขึ้นร่วมกับ Finimize

🎓ศัพท์โลกการลงทุน: Market Cycle

Market Cycle หรือ วัฏจักรตลาด เปรียบได้กับการหมุนของชิงช้าสวรรค์ โดยเมื่อเศรษฐกิจเป็นขาขึ้น ธุรกิจจะเติบโตและการจ้างงานจะอยู่ในระดับสูง จนกระทั่งเศรษฐกิจไม่สามารถขยายตัวไปมากกว่านี้ก็จะกลับตัวกลายเป็นขาลงหรือ Recession จากนั้นเมื่อเศรษฐกิจอยู่ในจุดต่ำสุด ก็จะถึงเวลากลับตัวกลายเป็นขาขึ้นรอบใหม่อีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นเรื่องปกติที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจโลกเดินหน้าต่อไปได้


แชร์บทความนี้

  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email

อยากอ่านเพิ่ม?

เราหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์ จากบทความของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คนอีกหลายแสนคนที่ต้องการวางแผนการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืนด้วยการสมัครรับบทความและบทวิเคราะห์ของเราที่จะส่งตรงถึงอีเมลของคุณ