StashAway | Investing, redefined

ชีวิตออกแบบได้ด้วยการบริหารเงินอย่างถูกวิธี

ที่ StashAway เราเปลี่ยนการบริหารการลงทุนให้เป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว เพียงแค่คุณสร้างพอร์ตและเลือกระดับความเสี่ยงที่ต้องการ แล้วเราจะบริหารพอร์ตของคุณเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดตามระดับความเสี่ยงที่กำหนด ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

เริ่มลงทุนLock icon

กำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ดูข้อมูลเพิ่มเติม

How we invest UAE illustration

จัดการความซับซ้อนในการลงทุนแทนคุณ

เราเข้าใจว่าการบริหารพอร์ตให้มีประสิทธิภาพไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงพร้อมจัดการทุกขั้นตอนเพื่อให้คุณมีเวลาทำในสิ่งที่อยากทำได้อย่างเต็มที่ มาดูกันว่าการบริหารพอร์ตในแบบของเราเป็นอย่างไร

800+

คัดเฉพาะ ETF ที่ดีที่สุด 35 ตัวจาก ETF ระดับโลกมากกว่า 800 ตัว

14,000+

ลงทุนในหลักทรัพย์มากกว่า 14,000 ตัวในแต่ละพอร์ต

20+

มี Exposure อยู่ในประเทศต่างๆ มากกว่า 20 ประเทศ

50+

มีประสบการณ์ในการบริหารการลงทุนมากกว่า 50 ปี

30,000+

วิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจและทำ Stress Test นานกว่า 30,000 ชั่วโมง

ตัดสินใจลงทุนตามข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Data-driven)

กลยุทธ์การลงทุน ERAA™ ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจและตลาดในการตัดสินใจลงทุน ไม่ใช่อารมณ์ ซึ่งจะช่วยให้เราบริหารพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปรับ Asset Allocation ให้ตอบสนองกับภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปได้ นอกจากนี้ กลไกการบริหารความเสี่ยง Risk Shield ยังช่วยลดผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและภาวะตลาดที่ผิดปกติ

High Return ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับ High Risk เสมอไป

ผลตอบแทนที่ดีไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงเสมอไป การบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยลดโอกาสในการขาดทุนและสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ โดยที่คุณไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น

บริหาร Asset Allocation แทนการเลือกหลักทรัพย์รายตัว

จากงานวิจัย SPIVA US Scorecard ของปี 2019 พบว่า 90% ของผู้จัดการกองทุนแบบ Active ทำผลตอบแทนได้ต่ำกว่า Benchmark นอกจากนี้ ผลการวิจัยในระยะยาวจากหลายแหล่งอ้างอิงยังพบว่า 80%-96% ของผลตอบแทนในพอร์ตเกิดจากการจัดสรรสินทรัพย์มากกว่าการเลือกหลักทรัพย์รายตัว เราจึงเน้นการบริหาร Asset Allocation ในการลงทุนของเรา

การกระจายความเสี่ยงที่ดีไม่ใช่แค่ลงทุนให้หลากหลาย แต่ต้องเลือกให้เหมาะสม

การผสมผสานกันอย่างลงตัวของประเภทสินทรัพย์ ภูมิภาค และอุตสาหกรรมเพื่อกระจายความเสี่ยง (Diversification) จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนและลดความผันผวนในการลงทุน ทีมงานของเราตั้งใจค้นหาส่วนผสมที่ดีที่สุดให้เหมาะกับแต่ละภาวะเศรษฐกิจและระดับความเสี่ยงที่คุณต้องการ

กลยุทธ์การลงทุนแบบ Data-driven สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีตามระดับความเสี่ยงที่กำหนด

StashAway ใช้กลยุทธ์การลงทุน ERAA™ ในการบริหารพอร์ตอย่างเป็นระบบ จากกราฟด้านล่าง จะเห็นการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานโดยเฉลี่ยต่อปีของพอร์ตที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนนี้ในประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2017 กับ Same-risk Benchmark* โดยเราเลือกเปรียบเทียบกับ Benchmark ที่มีระดับความเสี่ยงเท่ากับระดับความเสี่ยง StashAway Risk Index เพราะเราเชื่อว่าคุณไม่สามารถเปรียบเทียบผลตอบแทนได้โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยง

ผลการดำเนินงานอัปเดตล่าสุดเดือนมกราคม 2564 (แอป)ผลการดำเนินงานอัปเดตล่าสุดเดือนมกราคม 2564 (เว็บ)*หมายเหตุ: Benchmark ที่เราใช้ในการเปรียบเทียบมาจาก MSCI World Equity Index (ในส่วนของหุ้น) และ FTSE World Government Bond Index (ในส่วนของตราสารหนี้) โดยน้ำหนักของ Benchmark ที่เราใช้จะมีค่าความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง (Realized Volatility) ในระยะเวลา 10 ปีเท่ากับระดับความเสี่ยง StashAway Risk Index การเปรียบเทียบผลการดําเนินงานดังกล่าวมาจากผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียม โดยอยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ผลการดําเนินงานมาจากพอร์ตที่ใช้กลยุทธ์การลงทุน ERAA™ ในประเทศสิงค์โปร์ โดยพอร์ตที่มี SRI 6.5%, 8%, 10%, 12%, 14%, 16%, 18%, และ 20% เริ่มในวันที่ 19 กรกฎาคม 2017 ส่วนพอร์ตที่มี SRI 26%, 30%, และ 36% เริ่มในวันที่ 16 สิงหาคม 2018 และพอร์ตที่มี SRI 22% เริ่มในวันที่ 15 สิงหาคม 2019การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน; ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต; ข้อมูลในภาพอัปเดตครั้งล่าสุดในเดือนตุลาคม 2021

เป้าหมายของกลยุทธ์การลงทุนของเราไม่ใช่การเอาชนะตลาดให้ได้ทุกวัน ดังนั้น ในบางเวลาพอร์ตของคุณอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนในระยะสั้นตามระดับความเสี่ยงที่คุณเลือก แต่จะสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าพอร์ตที่มีระดับความเสี่ยงเท่ากันแต่ไม่ได้ปรับ Asset Allocation ให้เหมาะกับภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้พอร์ตของคุณสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าได้ในระยะกลางถึงระยะยาว

StashAway Risk Index คืออะไร

StashAway Risk Index (SRI) คือระดับความเสี่ยงของพอร์ตของเรา โดยใช้วัดมูลค่าของพอร์ตที่มีโอกาส 1% ที่จะขาดทุนได้ใน 1 ปี เช่น ถ้าคุณเลือกค่า SRI ที่ 14% หมายความว่าพอร์ตของคุณจะมีโอกาสเพียงแค่ 1% ที่จะขาดทุนเกิน 14% ของมูลค่าพอร์ตใน 1 ปี โดยเราจะให้คุณเลือกระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเราจะรักษาระดับความเสี่ยงตามที่คุณกำหนด เพราะเราเชื่อว่าการบริหารความเสี่ยงเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุน

บรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้นด้วยเทคโนโลยีระดับโลกและค่าธรรมเนียมที่ต่ำ

เทคโนโลยี Fractional Share เพิ่มความแม่นยำ

เทคโนโลยี Fractional Share เพิ่มความแม่นยำ

เราใช้เทคโนโลยี Fractional Share ในการแบ่งหน่วยลงทุน ETF ออกเป็นส่วนๆ ได้ละเอียดถึง 1/10,000 หน่วย ซึ่งช่วยให้ลงทุนตาม Asset Allocation ได้อย่างแม่นยำและรักษาระดับความเสี่ยงให้ตรงตามที่คุณกำหนด ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี Fractional Share

Rebalancing ปรับพอร์ตอัตโนมัติโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

Rebalancing ปรับพอร์ตอัตโนมัติโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เมื่อมูลค่าของสินทรัพย์ในพอร์ตมีการเปลี่ยนแปลงเกินเกณฑ์ที่กำหนด ระบบของเราจะทำการซื้อ-ขายสินทรัพย์เพื่อปรับน้ำหนักการลงทุนให้ตรงตาม Target Asset Allocation ที่วางไว้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ Rebalancing

ลงทุนใน ETF ที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ

ลงทุนใน ETF ที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ

เราเลือกลงทุนใน ETF เพราะทำให้เราสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ที่หลากหลายได้ทั่วโลก มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี และมีสภาพคล่องสูง ยิ่งไปกว่านั้น ETF ยังมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำ โดยอยู่ที่ประมาณ 0.2% ต่อปี ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์ที่ StashAway ใช้เลือก ETF

ค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำ โปร่งใส เข้าใจง่าย

ค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำ โปร่งใส เข้าใจง่าย

เรามีค่าธรรมเนียมการจัดการแบบ All-inclusive เพียง 0.2%-0.8% ต่อปี ซึ่งรวม ค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศ (Remittance Fee) ค่าธรรมเนียมซื้อ-ขายสินทรัพย์ (Trading Commission) และ ค่าธรรมเนียมผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian Fee) แล้ว ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างค่าธรรมเนียมของเรา

การลงทุนที่อยู่เคียงข้างคุณทุกที่ทุกเวลา

แอปพลิเคชันของเราออกแบบมาเพื่อทำให้การลงทุนเป็นเรื่องง่าย โดยคุณสามารถเปิดบัญชีด้วยเวลาเพียง 15 นาที แล้วเริ่มสร้างเป้าหมายการลงทุน จัดการแผนการลงทุน และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารการเงินผ่านแอปพลิเคชันได้ทุกที่ทุกเวลา

คำถามที่พบบ่อย

StashAway มีบริการอะไรและมีกลยุทธ์ในการลงทุนอย่างไร

StashAway บริหารพอร์ตสำหรับนักลงทุนโดยใช้กลยุทธ์การลงทุน ERAA™ และกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกด้วย ETF

กลยุทธ์การลงทุนของเราออกแบบมาเพื่อตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงในทุกภาวะเศรษฐกิจ โดยเราจะวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจเพื่อให้ทราบว่าสินทรัพย์ประเภทไหนสร้างผลตอบแทนได้ดีในภาวะเศรษฐกิจรูปแบบต่างๆ รวมถึงคาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจก่อนที่จะเกิดผลกระทบในตลาด หลังจากนั้น เราจึงออกแบบพอร์ตที่เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่คุณกำหนด การบริหารพอร์ตในรูปแบบนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้พอร์ตบรรลุเป้าหมายการลงทุนในระยะยาวได้ แต่ยังลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้นอีกด้วย

StashAway ใช้หลักการอะไรในการเลือก ETF ให้กับพอร์ต

เราพิจารณาขนาด สภาพคล่อง ปริมาณการซื้อขาย ค่าธรรมเนียมการจัดการ รวมถึง Tracking Error และ Track Record ของ ETF นั้นๆ เพื่อเลือก ETF ที่เหมาะกับพอร์ตของคุณมากที่สุด นอกจากนี้ เรายังเลือกเฉพาะ ETF ที่มีโครงสร้างที่เรียบง่าย โดยไม่ลงทุนใน ETF ที่มีการกู้ยืม (Leverage) หรือมีการสร้างผลตอบแทนที่สวนทางกับดัชนี (Inverse ETF) รวมถึงไม่ลงทุนในกองที่มี Credit Risk ของผู้ออกกองทุน เช่น Exchange Traded Note (ETN)

ทำไมถึงไม่ควรนำ ETF ที่ StashAway เลือกให้ไปลงทุนด้วยตนเอง

การลงทุนใน ETF ด้วยตนเองอาจมีขั้นต่ำในการซื้อขายและค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมสูง ซึ่งทำให้การลงทุนกับ ETF ด้วยตนเองไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร ในทางกลับกัน StashAway ให้คุณถือ Fractional Share (เศษส่วนของหน่วยลงทุน) ของ ETF ได้ ซึ่งทำให้พอร์ตของคุณมีการกระจายน้ำหนักการลงทุนตาม Target Asset Allocation อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ถ้าคุณลงทุนกับ StashAway เราจะคอยบริหารพอร์ต ปรับน้ำหนักการลงทุนให้ตรงตามเป้าหมาย และปรับ Asset Allocation ให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอ