Weekly Buzz: 🌍 จะป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างไร?

09 February 2024

‘จงคาดหวังในสิ่งที่ดีที่สุด แต่จงเตรียมพร้อมรับมือสิ่งที่เลวร้ายที่สุด’ ประโยคนี้ถือเป็นคำแนะนำที่ดีทั้งการดำเนินชีวิตและการลงทุน โดยข่าวความวุ่นวายในตะวันออกกลางในช่วงที่ผ่านมาทำให้นักลงทุนเกิดความกังวล ประกอบกับการโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงเมื่อเร็วๆ นี้ ยิ่งทำให้นักลงทุนมีความกลัวว่าความไม่แน่นอนจะเพิ่มมากขึ้นและความขัดแย้งจะยิ่งบานปลาย

ดังนั้นจึงเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่จะทำความเข้าใจว่าสถานการณ์ตึงเครียดเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อตลาดโลกอย่างไร และนักลงทุนจะปรับพอร์ตเพื่อเตรียมรับมือเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนนี้ได้อย่างไร

เกิดอะไรขึ้นในตะวันออกกลาง?

เส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญของโลกได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เรือสินค้าในทะเลแดง ซึ่งคิดเป็น 12% ของการขนส่งสินค้าทางเรือของโลก โดนโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรือสินค้าไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้และจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางไปอ้อมแหลมทางใต้สุดของทวีปแอฟริกา ซึ่งอยู่ไกลจากเส้นทางเดิมมาก

เหตุการณ์นี้ทำให้ค่าขนส่งแพงขึ้น เห็นได้จากต้นทุนการขนส่งสินค้าทางเรือจากประเทศจีนไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียนพุ่งสูงขึ้นมากกว่า 4 เท่านับตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว

แม้ราคาสินค้าอาจไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นเท่ากับช่วง COVID-19 ที่นอกจากต้นทุนการขนส่งจะเพิ่มขึ้นแล้ว ในช่วงดังกล่าว โรงงานยังต้องหยุดพักการผลิตและ Demand ยังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนอาจจะต้องระมัดระวังว่าต้นทุนการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ธนาคารกลางต่างๆ ยังเลือกที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป และยังเป็นการลดโอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเร็วๆ นี้

จะป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างไร?

ปกติแล้ว นักลงทุนมักจะหันไปหาสินทรัพย์ Safe-haven เพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือ Hedging (อ่านเพิ่มเติมได้ใน Simply Finance) ในช่วงที่ตลาดผันผวน และเมื่อมีความต้องการมากขึ้น ทองคำจึงมักทำผลตอบแทนได้ดีในช่วงเศรษฐกิจขาลง

อย่างไรก็ตาม Key Takeaway สำหรับเหตุการณ์นี้ คือ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณต้องหยุดลงทุน เหตุการณ์นี้จึงทำให้เห็นความสำคัญของการมีพอร์ตที่กระจายการลงทุนในหลากหลายประเทศ ภูมิภาค กลุ่มธุรกิจและสินทรัพย์ (เช่น พอร์ต General Investing ของเรา 😎) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเหตุวุ่นวายเหล่านี้

💡 Investors’ Corner: ตลาดแรงงานสหรัฐยังแข็งแกร่ง (เกินไป?)

ข้อมูลล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐในเดือน ม.ค. ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ในการประชุมครั้งต่อไป

ทั้งนี้ การจ้างงานในสหรัฐในเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้นถึง 353,000 ตำแหน่ง ซึ่งมากที่สุดในรอบ 12 เดือน นอกจากนี้ บริษัทต่างๆ ยังพยายามแย่งชิงพนักงานระดับหัวกะทิ ทำให้ค่าจ้างแรงงานโดยเฉลี่ยในสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดการณ์ที่ 4.5% YoY

ข่าวดี คือ ผู้บริโภคจะมีเงินไว้จับจ่ายใช้สอยมากขึ้น แต่ข่าวร้าย คือ พวกเขาสามารถซื้อสินค้าที่มีราคาแพงขึ้น ทำให้มีโอกาสที่เงินเฟ้อจะกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง หลังลดความร้อนแรงลงมาแล้ว

ขณะที่ Fed แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่ายังจะไม่ลดอัตราดอกเบี้ยลงในเร็วๆ นี้ แม้จะมีนักลงทุนบางส่วนที่คาดการณ์ว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยถึง 6 ครั้งในปีนี้ แต่พวกเขาอาจต้องฟังคำเตือนของ Fed ไว้บ้าง เพราะแม้อัตราดอกเบี้ยในระดับสูงจะกำลังลดความร้อนแรงของเงินเฟ้อ แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าเศรษฐกิจและตลาดแรงงานสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง ทำให้ไม่มีเหตุผลที่ Fed จะต้องรีบลดอัตราดอกเบี้ยลงในเร็วๆ นี้

เนื้อหาในส่วนนี้เขียนขึ้นร่วมกับ Finimize

🎓Simply Finance: Hedging

สมมติว่าคุณวางแผนที่จะจัดปาร์ตี้ในสวนหลังบ้าน ซึ่งมีโอกาสที่ฝนจะตก คุณไม่อยากเสี่ยงให้งานล่ม จึงยอมเสียเวลาเอาเต็นท์ผ้าใบมาตั้ง สิ่งเหล่านี้เรียกว่า Hedging หรือการป้องกันความเสี่ยง

ในแง่ของการลงทุน หมายถึง การที่คุณลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากสินทรัพย์หลักในพอร์ตของคุณ เช่นหากคุณลงทุนในหุ้น คุณก็อาจพิจารณาลงทุนในสินทรัพย์ที่มักให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วงตลาดหุ้นปรับตัวลง เช่น ทองคำ และแม้การป้องกันความเสี่ยงไม่ได้ประกันว่าคุณจะไม่มีโอกาสขาดทุน แต่วิธีนี้สามารถช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดได้


แชร์บทความนี้
  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email

อยากอ่านเพิ่ม?

เราหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์ จากบทความของเราร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คนอีกหลายแสนคนที่ต้องการวางแผนการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืนด้วยการสมัครรับบทความและบทวิเคราะห์ของเราที่จะส่งตรงถึงอีเมลของคุณ