เรากำลัง Re-optimise พอร์ตของคุณ

24 April 2024

แชร์บทความนี้

  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email

อยากอ่านเพิ่ม?

เราหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์ จากบทความของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คนอีกหลายแสนคนที่ต้องการวางแผนการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืนด้วยการสมัครรับบทความและบทวิเคราะห์ของเราที่จะส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

คุณสามารถดูรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงในพอร์ตของคุณได้ที่ ‘กล่องข้อความ’ บนแอปพลิเคชัน

StashAway บริหารพอร์ตของนักลงทุนตามกลยุทธ์การลงทุน ERAA™ ซึ่งจะพิจารณาข้อมูลทางเศรษฐกิจและบริหาร พอร์ตอย่างเป็นระบบให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจ หากระบบจับสัญญาณได้ว่าภาวะเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลง ERAA™ จะปรับ Asset Allocation ของพอร์ตให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจแบบใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างผลตอบแทนให้สูงสุดตามระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนกำหนดไว้ โดยกระบวนการนี้เรียกว่า ‘Re-optimisation’ 

การทำ Re-optimisation สองครั้งล่าสุด คือ 1) ในเดือนมกราคม 2022 เมื่อ ERAA™ จับสัญญาณได้ว่าเงินเฟ้อเริ่มปรับตัวสูงขึ้นและเศรษฐกิจได้ย้ายเข้าสู่ภาวะ ‘Inflationary Growth’ จึงได้มีการทำ Re-optimisation ด้วยการเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ที่ปรับตัวได้ดีในช่วงเงินเฟ้อสูง และ 2) ในเดือนธันวาคม 2022 ที่ ERAA™ จับสัญญาณได้ว่าเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะ ‘Stagflation’ จึงมีการทำ Re-optimisation อีกครั้งเพื่อปรับพอร์ตให้ Defensive มากขึ้น โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2022 (จุดเริ่มต้นของตลาดหมีครั้งนี้) การทำ Re-optimisation ทั้ง 2 ครั้งทำให้พอร์ต General Investing ของเราสามารถทำผลตอบแทนสูงกว่า Same-risk Benchmark* ถึง 5.6% โดยเฉลี่ยในทุกระดับความเสี่ยง

ปัจจุบัน ERAA™ จับสัญญาณได้ว่าภาวะเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ดังนั้น ERAA™ จึงจะทำการ Re-optimisation เพื่อปรับ Asset Allocation ของพอร์ตของคุณให้เหมาะกับภาวะเศรษฐกิจใหม่ ดังนี้

Key takeaways:

  • การจับสัญญาณของ ERAA™: จากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ERAA™ จับสัญญาณว่าเศรษฐกิจได้เปลี่ยนจากภาวะ ‘Stagflation’ (เงินเฟ้อสูง เศรษฐกิจหดตัว) มาเป็น ‘Inflationary Growth’ (เงินเฟ้อสูงยังคงอยู่ แต่เศรษฐกิจมีการเติบโต) ดังนั้นจึงต้องมีการทำ Re-optimisation สำหรับทุกพอร์ตของ StashAway ที่บริหารโดย ERAA™
  • การเปลี่ยนแปลง Asset Allocation: ในภาวะ ‘Inflationary Growth’ นั้น เศรษฐกิจกำลังกลับมาเติบโตอีกครั้ง และเพื่อเป็นการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ERAA™ จึงปรับสัดส่วนการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่างๆ ที่น่าจะได้ประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่กำลังเร่งตัวขึ้นอย่าง หุ้น และ ตราสารหนี้ที่ให้ Yield สูงกว่า
  • การเพิ่ม ETF ใหม่: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุนในเศรษฐกิจสหรัฐและอินเดีย เราได้เพิ่ม 3 ETF ใหม่ใน Investing Universe ของ ERAA™ ได้แก่ ETF ที่ลงทุนในดัชนี S&P 500 แบบ Equal-weight (กระจายการลงทุนในหุ้นทุกตัวในดัชนีเท่าๆ กัน) ETF ที่ลงทุนในกลุ่มธุรกิจกลาโหมและอากาศยานของสหรัฐ และ ETF ที่ลงทุนโดยตรงในตลาดหุ้นอินเดีย

เศรษฐกิจกลับมาอยู่ในภาวะ Inflationary Growth แล้ว

นับจากการทำ Re-optimisation ครั้งก่อนในเดือนธันวาคม 2022 กิจกรรมในภาคการผลิตของทั้งสหรัฐและทั่วโลกค่อยๆ ฟื้นตัวจนกลับมาเติบโตอีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้ แม้เงินเฟ้อจะลดความร้อนแรงลงจากจุดสูงสุดแล้ว แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ยังสร้างความกังวลให้กับตลาดและธนาคารกลางต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อตลาดแรงงานในประเทศพัฒนาแล้ว (DM) ยังคงแข็งแกร่ง

เมื่อพิจารณาจาก Framework ภาวะเศรษฐกิจทั้ง 4 แบบของ ERAA™ ปัจจุบันเศรษฐกิจได้กลับเข้าสู่ภาวะ ‘Inflationary Growth’ หรือภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตและอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ดังนั้น ERAA™ จะทำการ Re-optimisation และปรับพอร์ตของคุณให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจแบบใหม่

จากการทำ Re-optimisation ครั้งก่อน ผลการดำเนินงานของพอร์ตเป็นอย่างไร

ก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจอยู่ในภาวะ ‘Stagflation’ ซึ่งเป็นภาวะที่เศรษฐกิจหดตัว และเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ซึ่งตามสถิติแล้วถือเป็นภาวะที่ยากต่อการลงทุน และการปกป้องพอร์ตให้ Defensive เป็นวิธีรับมือที่ดีที่สุด

ในช่วงที่ผ่านมา ธนาคารกลางต่างๆ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วและรุนแรง เพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ERAA™ จึง Underweight ตราสารหนี้ระยะยาว และหันไปลงทุนในพันธบัตรสหรัฐระยะสั้นมากขึ้น ซึ่งช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีให้พอร์ตที่มีความเสี่ยงต่ำและปานกลาง นอกจากนี้ สัดส่วนการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น รวมถึงหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐ เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของผลตอบแทนในพอร์ตที่มีความเสี่ยงสูงกว่า โดยเฉพาะในช่วงสิ้นปี 2023 

ทั้งนี้ การปกป้องพอร์ตให้ Defensive ทำให้พอร์ตของเราทำผลตอบแทนได้อย่างแข็งแกร่งในปี 2023 ซึ่งเป็นปีที่ตลาดเต็มไปด้วยความผันผวน 

ปัจจุบัน เมื่อข้อมูลได้บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจได้เข้าสู่ทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่งมากขึ้น ERAA™ จึงกำลังปรับ Asset Allocation ของพอร์ตของคุณให้ Optimise ที่สุดสำหรับภาวะเศรษฐกิจแบบใหม่ 

การทำ Re-optimisation ครั้งนี้ ส่งผลต่อพอร์ต General Investing และ Goal-based Investing ของคุณอย่างไร

ERAA™ ยังคงรักษาระดับความเสี่ยงของพอร์ตให้เป็นไปตามระดับความเสี่ยง StashAway Risk Index (SRI) ที่คุณกำหนดไว้เสมอ โดยจะทำการปรับสัดส่วนการลงทุนเพื่อให้พอร์ตของคุณได้ประโยชน์จากภาวะ ‘Inflationary Growth’ ในปัจจุบัน เพื่อสร้างโอกาสทำผลตอบแทนระยะยาวให้ได้มากที่สุด โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เติบโต

  • หุ้น: ERAA™ จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นโดยรวมสำหรับทุกระดับความเสี่ยง เพราะในภาวะ ‘Inflationary Growth’ การลงทุนในหุ้นนั้นจะมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าภาวะที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะให้ Risk-adjusted Return (ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง) ดีกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ
  • ตราสารหนี้: ภายใต้สัดส่วนของการลงทุนในตราสารหนี้ ERAA™ จะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ด้วยการเพิ่มตราสารหนี้ที่ให้ Yield สูงและตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่ (EM)
  • พันธบัตรสหรัฐระยะสั้น: ERAA™ จะลดสัดส่วนของพันธบัตรสหรัฐระยะสั้น โดยเฉพาะพอร์ตที่มี SRI ต่ำกว่า
  • ทองคำ: พอร์ตส่วนใหญ่จะมีสัดส่วนการลงทุนในทองคำลดลง แต่ในภาพรวม ERAA™ ยังคง Overweight ทองคำ เนื่องจากในระยะข้างหน้า ทองคำอาจได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่กำลังจะปรับตัวลดลง และยังเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับพอร์ต ซึ่งอาจช่วยเพิ่ม Risk-adjusted Return ได้

เพิ่มสินทรัพย์ใน Investing Universe ของ ERAA™

เราได้เพิ่ม ETF 3 ตัวใหม่ใน Investing Universe ของ ERAA™ (ETF ทั้งหมดที่ ERAA™ สามารถเลือกลงทุนได้) ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการลงทุนในเศรษฐกิจสหรัฐและอินเดียให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในการ Re-optimisation ครั้งนี้ ERAA™ ได้เลือกลงทุนใน ETF ใหม่เหล่านี้ เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มจะทำผลตอบแทนได้ดีในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโต

  • ดัชนี S&P 500 แบบ Equal-weight: ปัจจุบัน ดัชนี S&P 500 มีการกระจุกตัวค่อนข้างมากในหุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัว เช่น Magnificent Seven ดังนั้น เราจึงเพิ่ม ETF ที่ลงทุนในดัชนี S&P 500 แบบ Equal-weight เพื่อลดความเสี่ยงการกระจุกตัวและรักษาการกระจายการลงทุนที่ดีในตลาดหุ้นสหรัฐต่อไป
  • กลุ่มธุรกิจกลาโหมและอากาศยานของสหรัฐ: ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์นำมาซึ่งความเสี่ยง แต่ ERAA™ สามารถบริหารความเสี่ยงเหล่านี้ได้ด้วย ETF ใหม่ที่ลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องนี้ นอกจากนี้ สินทรัพย์นี้ยังครอบคลุมบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจำนวนมาก ซึ่งมักทำผลตอบแทนได้ดีในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตดีขึ้น
  • ตลาดหุ้นอินเดีย: ERAA™ ได้ Overweight หุ้นอินเดีย (เพิ่มขึ้นสูงสุด 3%) เพราะเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยการเพิ่ม ETF ที่ลงทุนในตลาดหุ้นอินเดียโดยตรงแทนที่จะผ่าน ETF ที่ลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (EM) จะทำให้ ERAA™ สามารถบริหาร Asset Allocation ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้น

ภูมิภาค: 

  • ตลาดประเทศพัฒนาแล้ว (DM): ERAA™ ยังคงให้น้ำหนักตลาดสหรัฐมากกว่ายุโรป เพราะนอกจากกลุ่มเทคโนโลยีแล้ว ยังมีกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง และยังคง Overweight ตลาดหุ้นญี่ปุ่นต่อเนื่องจากการ Re-optimisation ครั้งก่อนเมื่อเดือนธันวาคม 2022 เพราะเมื่อพิจารณาถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ญี่ปุ่นมีโอกาสฟื้นตัวจากภาวะเงินฝืดที่กินเวลายาวนานกว่า 30 ปี โดยในการทำ Re-optimisation ครั้งนี้ เราได้ย้ายไปลงทุนใน ETF ใหม่ที่ติดตามตลาดหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า ETF เดิม (0.19% เทียบกับ ETF เดิมที่ 0.5%) และยังทำผลตอบแทนในอดีตได้ดีกว่า
ETF ปัจจุบันETF ใหม่
iShares MSCI Japan ETF(Bloomberg ticker: EWJ US)JPMorgan BetaBuilders Japan ETF(Bloomberg ticker: BBJP US)
  • ตลาดเกิดใหม่ (EM): ERAA™ ได้ Overweight ตลาดหุ้นอินเดียตามที่กล่าวไว้ข้างต้น นอกจากนี้ ERAA™ ยังคงรักษาสัดส่วนของหุ้นจีนให้ ‘Neutral’ ตามน้ำหนักในดัชนีหุ้นโลก เพราะแม้ว่าเศรษฐกิจจีนยังคงชะลอตัว แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีปัจจัยบวกช่วยกระตุ้นการเติบโตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

กลุ่มธุรกิจ:

  • Healthcare: ERAA™ ได้ลดสัดส่วนหุ้นกลุ่ม Healthcare ให้เป็นระดับ ‘Neutral’ ตามน้ำหนักในดัชนีหุ้นโลก เพื่อให้สามารถเพิ่มสัดส่วนของหุ้นวัฏจักรได้มากขึ้น ซึ่งเหมาะสมกับช่วงที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต
  • สินค้าอุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรม: การลดสัดส่วนหุ้นกลุ่ม Healthcare ทำให้ ERAA™ สามารถเพิ่มสัดส่วนของหุ้นวัฏจักรอย่างกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรม ซึ่งมีแนวโน้มจะทำผลตอบแทนได้ดีขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต

ปรับสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้

เศรษฐกิจที่กำลังเติบโต จะช่วยลดความผันผวนในระยะข้างหน้าของตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า ทำให้สินทรัพย์ประเภทนี้น่าดึงดูดมากขึ้น โดยสำหรับพอร์ตที่มี SRI ต่ำ ERAA™ จะเพิ่มสัดส่วนของหุ้นกู้คุณภาพดีในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม และพันธบัตรของประเทศ EM ซึ่งให้ Yield ในระดับสูง เพื่อให้พอร์ตของคุณมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงสุดในขณะที่ยังรักษาความเสี่ยงที่คุณกำหนดไว้ได้

การทำ Re-optimisation ครั้งนี้ ส่งผลต่อ Thematic Portfolio ของคุณอย่างไร

สำหรับธีม Technology Enablers และ Future of Consumer Tech ERAA™ จะลดสัดส่วนของ ‘สินทรัพย์ปรับสมดุล’ (สินทรัพย์ที่ช่วยบริหารความเสี่ยงให้พอร์ตแบบ Thematic) เพื่อเพิ่มสัดส่วนของ ‘สินทรัพย์ตามธีม’ โดยยังรักษาความเสี่ยงตามที่กำหนด เพราะตามสถิติแล้ว สินทรัพย์ตามธีมจะมีความผันผวนน้อยลงในภาวะเศรษฐกิจแบบ Inflationary Growth จึงสามารถลงทุนได้มากขึ้น

นอกจากนี้ เราจะมีการเปลี่ยน ETF ที่เน้นลงทุนในบริษัทนวัตกรรมทางอินเทอร์เน็ตใน Investing Universe ของบางธีม เนื่องจากผู้จัดการกองทุนของ ETF ตัวเดิมได้ตัดสินใจลงทุนใน Crypto ETF ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่หน่วยงานกำกับดูแลยังไม่ได้รับอนุญาติให้นักลงทุนรายย่อยลงทุนในบางประเทศที่เราเปิดให้บริการ นอกจากเป็นการทำตามระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแลแล้ว ETF ตัวใหม่นี้ยังมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าประมาณครึ่งหนึ่ง

ETF ปัจจุบันETF ใหม่
ARK Next Generation Internet ETF(Bloomberg ticker: ARKW:US)iShares Expanded Tech-Software Sector ETF(Bloomberg ticker: IGV:US)

พอร์ตการลงทุนของคุณพร้อมแล้ว

แม้จะต้องเผชิญกับช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงสุดครั้งหนึ่งในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา แต่เศรษฐกิจโลกได้แสดงให้เห็นความทนทานอย่างต่อเนื่องและกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อยังคงยืดเยื้อและแนวโน้มของเศรษฐกิจโดยรวมในปีนี้ยังไม่ชัดเจนนัก นอกจากนี้ ยังมีผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนที่จะส่งผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก

การ Re-optimisation ครั้งนี้ เป็นการเตรียมพอร์ตของคุณไว้เพื่อรับประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจแบบใหม่ที่การเติบโตกำลังเร่งตัวขึ้น แต่ต้องไม่ลืมว่า สภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และนี่คือเหตุผลสำคัญที่เราพัฒนา ERAA™ ขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการพอร์ตของคุณให้ที่ดีที่สุดตามการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจ โดย ERAA™ จะคอยตรวจสอบข้อมูลเศรษฐกิจอยู่เสมอและบริหาร Asset Allocation ของพอร์ตของคุณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และ StashAway จะคอยอัปเดตทุกสถานการณ์สำคัญให้นักลงทุนได้ทราบเหมือนเช่นเคย

นักลงทุนไม่ต้องทำหรือเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทำ Re-optimisation

ดูรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงในพอร์ตของคุณ


แชร์บทความนี้

  • linkedin
  • facebook
  • twitter
  • email

อยากอ่านเพิ่ม?

เราหวังว่าคุณจะได้ประโยชน์ จากบทความของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คนอีกหลายแสนคนที่ต้องการวางแผนการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืนด้วยการสมัครรับบทความและบทวิเคราะห์ของเราที่จะส่งตรงถึงอีเมลของคุณ